Monday, April 16, 2012

การแนะนำตัว : เมียน์มา (พม่า)


การแนะนำตัว : เมียนมา (พม่า)


ลำดับแรกก่อนที่จะเรียนรู้แนะนำตัวกับชาวพม่า อยากให้ผู้อ่านเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อพม่าสักเล็กน้อย การเอ่ยชื่อชาวพม่า ควรเรียกชื่อเต็ม ห้ามเรียกเพียงบางส่วนของชื่อโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ชื่อของชาวพม่ามิได้มีเพียงชื่อจริงและนามสกุลเท่านั้น แต่ประกอบด้วย 3-4 ส่วน ซึ่งต้องกล่าวให้ครบทุกส่วน ชื่อพม่ามักต้องเป็นชื่อที่มีความหมายเป็นมงคล บ่งบอกรูปลักษณ์และลักษณะนิสัย ชาวพม่านิยมตั้งชื่อที่ให้ความหมายอันน่าภาคภูมิ แสดงความมั่งมีศรีสุขและแฝงด้วยเสน่ห์ โดยเฉพาะการตั้งชื่อของชาวพม่าเชื่อถือโหราศาสตร์ดวงชะตายังนิยมตั้งตามวันที่เกิด โดยกำหนดอักษรประจำวันเป็นอักษรของชื่อด้วย เพราะสาเหตุหลักนี้ชาวพม่าไม่นิยมใช้ระบบนามสกุล
ชาวพม่าไม่ใช้นามสกุลเช่นเดียวกันกับชาวทิเบต, ชาวจาวานีสจากอินโด, ชาวไอซ์แลนด์และ หลายๆประเทศอยู่ที่ตะวันออกแอฟริกา ที่จริงแล้วเหมือนกันกับวัฒนธรรมไทยดั่งเดิมก่อนค.ศ.1920 (โดยประมาณ) ทิ่ยังไม่นิยมใช้ระบบนามสกุลตามตะวันตก  ปัจจุบันที่ประเทศพม่าเริ่มเห็นการใช้นามสกุลเป็นส่วนตัวกันเล็กน้อย แต่ก็ส่วนใหญ่เอามาเป็นชื่อของคุณพ่อเป็นที่รู้จักทั่วประเทศเท่านั้น อาทิ นาง เอาง์ซานซุจี (Mrs. Aung San Suu Kyi) เป็นลูกสาวของฮีโร่อิสรภาพประเทศพม่า นายพล เอาง์ซาน (General Aung San), นักร้องชื่อดัง นางสาว เฮมาเนวิน (Ms. Hemar Ne Win) เป็นลูกสาวของนักแสดงชื่อดัง คอลิจิน เนวิน (College-gin Ne Win), ฯ
การเรียกชื่อชาวพม่าไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงจะต้องใช้คำนำหน้าชื่อ ได้แก่ [Maung] “เมาง์” (สำหรับเด็กชายหรือเด็กหนุ่ม) แทนคำนำหน้าว่า “Master, [Ma]“มะ” (สำหรับเด็กหญิงหรือเด็กสาว) แทนคำนำหน้าว่า “Miss”  พม่ามีคำเฉพาะสำหรับนำหน้าชื่อชายหญิงในวัยผู้ใหญ่  อย่างกรณีชายวัยผู้ใหญ่แต่ยังไม่ถึงวัยกลางคน  จะใช้คำนำหน้าชื่อว่า [Ko] “โก” หากเป็นผู้ใหญ่อายุเลยกลางคนและเรียกอย่างให้เกียรติจะใช้คำว่า[U] “อู”แทนคำนำหน้าว่า “Mr.” และส่วนผู้หญิงนั้นเรียกอย่างให้เกียรติจะต้องใช้คำนำหน้าว่า [Daw] “ดอแทนคำนำหน้าว่า “Ms.” หรือ “Mrs.” ที่สำคัญควรต้องใช้ให้เหมาะสมกับวัยและ ไม่ควรเรียกเฉพาะชื่อด้วยจะดูไม่สุภาพ  คำว่า “เมาง์” และ “มะ” ใช้ได้กับชายหรือหญิงที่มีอายุรุ่นเดียวกัน  หรือใช้กับผู้ที่มีอายุน้อยกว่า  คำเหล่านี้เป็นคำสุภาพหากใช้อย่างเหมาะสมกับวัย
ส่วนสรรพนามสำหรับตนเองนั้น ผู้ชายจะใช้ว่า [kya-naw] “จะนอ”(กระผม) ส่วนผู้หญิงจะใช้ว่า [kya-ma] “จะมะ”(ดิฉัน)
ถ้าอยากใช้ภาษาพม่าแนะนำตัวก็ต้องพูดว่า[kya-naw/kya-ma ……. Bar] (จะนอ / จะมะ …(ชื่อตนเอง)... บา) แปลว่า“ผม/ดิฉัน …(ชื่อตนเอง)...”แนะนำชื่อตนเองก่อน แล้วถามต่อกับผู้ร่วมสนทนาว่า [nan mae bae lo khaw bar tha lae khamyar / shin] (นัน แม แบ โล ขอ บา ตะ แล คินเมี่ยย/ชิน) แปลว่า “ชื่อของคนเรียกว่าอะไร ครับ/ค่ะ” หลังจากแนะนำชื่อแล้ว [thi ya dar wun thar bar dae khamyar / shin] (ติ่ ยะ ดา วุ๋น ตา บา แด คินเมี่ยย/ชิน)ยินดีที่ได้รู้จัก ครับ/ค่ะ” สำหรับผู้ชายด้วยกันหลังจากแนะนำตัวกันแล้วจับมือแบบตะวันตกพร้อมกับยิ้ม แต่ก็สำหรับผู้ชายกับผู้หญิงไม่ควรแตะต้องและยื่นมือไปหาย่างเด็ดขาด ถือว่าไม่สุภาพ
หลังจากทักทายและแนะนำตัวแล้วชาวพม่านิยมแลกนามบัตร ซึ่งควรใช้ทัง้สองมือรับนามบัตรและควรดูนามบัตรของผู้ทิ่แนะนำก่อนเก็บเข้ากระเป๋าเพื่อเป็นการให้เกียรติ  ฉะนั้นหากจะคบหากับชาวพม่า ก็น่าที่จะพยายามจดจำชื่อเสียงเรียงนาม แม้ออกจะยากสักหน่อยแต่ก็จำเป็นยิ่ง  และถ้าจะให้สนิทสนมยิ่งขึ้นควรต้องรู้จักวิธีใช้คำเรียกเครือญาติแบบพม่า การเลือกใช้ก็ให้พิจารณาตามวัยและคุณวุฒของผู้ร่วมสนทนา  ©

Saturday, February 18, 2012

การทักทาย : การกล่าวทักทาย และการถามสารทุกข์


การทักทาย : การกล่าวทักทาย และการถามสารทุกข์

เมียนมา (พม่า)

ลำดับแรกก่อนที่จะเรียนรู้ภาษาพม่านั้น ขอเรียนว่าภาษาพม่าเป็นภาษาที่มีความแตกต่างจากภาษาไทยมาก  เนื่องจากภาษาพม่าเป็นภาษาที่อยู่ในกลุ่มทิเบต-พม่า (Tibeto-Burman) ซึ่งอยู่ภายใต้ตระกูลภาษาจีน-ทิเบต (Sino-Tibetan) ส่วนภาษาไทยจะอยู่ในตระกูลภาษาไท-ไต (Thai-Tai) นั่นคือภาษาพม่ามีลักษณะร่วมทางภาษาใกล้เคียงกับภาษาทิเบตและภาษาจีน แต่จะแตกต่างจากภาษาไทย โดยสิ้นเชิง นอกจากนั้นสังเกตได้ว่าภาษาพม่ามีเสียงพยัญชนะลงท้ายพยางค์น้อยกว่าในภาษาไทย นับเป็นภาษาที่ไม่มีพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดอยู่ท้ยคำเหมือนกับภาษาไทยแม้แต่เสียงเดียว ตามระบบเสียงในภาษาพม่าคำทุกพยางค์จะออกเสียงเป็นพยางค์เปิดทั้งสิ้น
ในการทักทายของชาวพม่ามีคำทักทายอย่างสุภาพว่าเป็นคำมงคล คือ "min-ga-la-ba" (มินกะลาบา) แปรว่า สวัสดี  มีส่วนประกอบมาจาก min-ga-la (มินกะลา) เป็นคำที่มาจากภาษาบาลี แปรว่า "มงคล" พม่าใช้ทักทายเช่นเดียวกับไทยใช้คำว่า สวัสดี  ba (บา) เป็นคำประกอบเพื่อแสดงความสุภาพและ แปลว่ามี – มีมาดังนั้นคำว่า มีน์กะลาบา จึงมีความหมายรวมว่า มีมงคล
หากผู้พูดเป็นผู้หญิงควรลงท้ายด้วย“shin” (ชิน - ถ้าออกเสียง 'sh' ไม่เป็น) เป็นคำแสดงความสุภาพผู้หญิง เช่นเดียวกับ "ค่ะ" ในภาษาไทย ควรออกเสียงคล้ายตัว "-sh" ในภาษาอังกฤษ คือออกเสียงให้มีลมรั่วผ่านริมฝีปากออกมาเล็กน้อย  ถ้าออกเสียงตัว "-sh" ในภาษาอังกฤษไม่ถนัด ขอให้ลองออกเสียงให้ยาวขึ้นเป็น "มินกะลาบา ชิน" เสียงจะคล้ายกันมาก  หากผู้พูดเป็นผู้ชายควรลงท้ายด้วยkhin-mya” (คินเมี่ยย) เป็นคำแสดงความสุภาพผู้ชาย แปลว่า “ครับ” ดังนั้น ผู้หญิงถ้าจะพูดเต็มๆคือ มินกะลาบาชิน และ ผู้ชายคือ มินกะลาบาคินเมี่ยย 
แต่ถ้าเป็นชาวพม่าทั่วๆไปไม่ค่อยนิยมทักทายกันด้วยคำว่า"มินกะลาบา" บ่อยนัก เพราะถ้าใช้บ่อยเกินไปก็จะพาให้รู้สึกห่างเหิน เนื่องจากชาวพม่านิยมทักทายแบบเป็นกันเองว่า ส่วนมากจะนิยมทักทายด้วยการเรียกชื่อ บางทีก็ถามไถ่ธุระส่วนตัวกันมากกว่า เช่น จะไปไหน [be thwa: ma le:] (แบ-ตว้า-มะแล) หรือ สบายดีหรือ [nei kaun: la:] (เน-เกา-ล้า) หรือ กินข้าวแล้วหรือ [htamin: sa: pyi: pyi la:] (ทะมิน-ซา-ปี๊บี่ล้า) ชาวพม่าจะกล่าวทักทายด้วยถ้อยคำ  “มินกะลาบา” เฉพาะกับคนที่ไม่ค่อยรู้จักหรือ ไม่ค่อยคุ้นเคย โดยเฉพาะกับชาวต่างประเทศ ฉะนั้นหากสนิทกันบ้างแล้วก็ไม่จำเป็นต้องทักทายด้วย   มินกะลาบาก็ได้ อันที่จริงพม่าก็นิยมทักทายเหมือนๆกับคนไทยนั่นเอง คือ นิยมทักกันด้วยชื่อ พร้อมกับถามสารทุกข์สุกดิบ จึงจะดูน่าประทับใจ 
สุภาพบุรุษอาจทักทายกันตามแบบสากลด้วยการสัมผัสมือพร้อมกับยิ้ม อย่างไรก็ตาม การทักทายด้วยการแตะต้องและ ยื่นมือไปหาสุภาพสตรีถือว่าไม่สุภาพ จึงอาจทักทายด้วยการโค้งตัวเล็กน้อยแทน หรือไม่ก็ ผงกหัว ©